Manchester United : ตำนานเบอร์ 7 ทัพ “ปีศาจแดง” แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด

Manchester United

อเล็กซิส ซานเชซ

อเล็กซิส ซานเชซ เพิ่งย้ายเข้ามาสืบทอดตำนานเบอร์ 7 ของ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด อย่างเป็นทางการ เมื่อวันจันทร์ที่ผ่านมา
เป็นที่รู้กันดีว่าเบอร์ 7 เป็นหมายเลขในตำนานของ “ปีศาจแดง” ที่มักตกอยู่ในครอบครองของดาวเตะผู้เป็นกำลังสำคัญของสโมสร
พวกเขาเป็นใครกันบ้าง ลองย้อนไปดูกัน และ อเล็กซิส จะสามารถก้าวขึ้นมาทาบชั้นพวกเขาได้หรือไม่?

จอห์นนี่ เบอร์รี่

จอห์นนี่ เบอร์รี่
ปี : 1951-1958
เบอร์รี่ เป็นหนึ่งในแข้งของ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ชุด “บัสบี้ เบ๊บส์” ที่จำเป็นต้องแขวนเกือกก่อนวัยอันควรหลังตอนอายุ 31 ปีได้รับบาดเจ็บหนักทั้งกะโหลกร้าว, กรามหัก, ศอกแตก และ ขาหัก จากเหตุการณ์เครื่องบินตกใน เมืองมิวนิค เมื่อปี 1958
อย่างไรก็ดี ตลอด 8 ปี กับ ยูไนเต็ด เบอร์รี่ ถือเป็นหนึ่งในกำลังสำคัญด้วยความเร็วและความแข็งแกร่งในการเดิมเกนรุกริมเส้นฝั่งขวา โดยสัมผัสแชมป์ลีกสูงสุด 3 สมัย และลงเล่นทั้งสิ้น 277 นัด ทำไป 44 ประตู

George Best

จอร์จ เบสต์
ปี : 1963-1974
ความจริงแล้ว เบสต์ สวมเสื้อเบอร์ 11 มากกว่า แต่ก็ปฏิเสธไม่ได้ว่าเขาคนนี้ทำให้เบอร์ 7 ของ “ปีศาจแดง” ดูเข้มขลังกว่าเดิม
เบสต์ ก้าวขึ้นมาเป็นขุนพลคนสำคัญของ แมนฯ ยูไนเต็ด โดยเฉพาะอย่างยิ่งในฤดูกาล 1967-68 ที่เป็นพระเอกด้วยการปราบ เบนฟิก้า ในนัดชิงชนะเลิศ คว้าแชมป์ ยูโรเปี้ยน คัพ เป็นสมัยแรกในประวัติศาสตร์สโมสร ซึ่งในคืนนั้น เขาสวมเบอร์ 7
เบสต์ ทำไป 179 ประตูจาก 470 นัดให้ แมนฯ ยูไนเต็ด ตลอดระยะเวลาร่วม 11 ปี โดยนอกจากแชมป์ยุโรปแล้ว เขาคว้าแชมป์ลีก 2 สมัย แถมได้รับรางวัล บัลลงดอร์ ในปี 1968 ด้วย

Steve Coppell

สตีฟ ค็อปเปลล์
ปี : 1975-1983
อาจไม่ใช่ปีกที่โดดเด่นและโด่งดังสักเท่าไร แต่ ค็อปเปลล์ เป็นเจ้าของกรรมสิทธิ์เบอร์ 7 ของ ยูไนเต็ด เป็นเวลา 6 ปีหลังย้ายมาจาก ทรานเมียร์ โรเวอร์ส
ค็อปเปลล์ เป็นดาวเด่นของ แมนฯ ยูไนเต็ด ในยุคที่ร้างราความสำเร็จ แต่ยังได้สัมผัสแชมปื เอฟเอ คัพ ในปี 1977 ทว่าโชคร้ายต้องแขวนเกือกในวัย 28 ปี หลังเจ็บเข่าอย่างหนัก ทั้งที่ก่อนหน้านี้ทำสถิติเป็นนักเตะเอาต์ฟิลด์ที่ลงเล่นต่อเนื่องให้ “ปีศาจแดง” นานที่สุดถึง 207 นัด (1977-1981) ซึ่งยังยืนหยัดจนถึงปัจจุบัน
ทั้งนี้ ค็อปเปลล์ ลงเล่นให้ ยูไนเต็ด รวมทุกรายการ 373 นัด ทพได้ 70 ประตู

ไบรอัน ร็อบสัน

ไบรอัน ร็อบสัน
ปี : 1981-1994
ร็อบสัน เข้ามาจับจองเบอร์ 7 ต่อจาก ค็อปเปลล์ หลังย้ายมาจาก เวสต์บรอมวิช ด้วยสถิติแพงสุดของเกาะอังกฤษในเวลานั้น และกลายเป็นหนึ่งในกัปตันทีมที่ประสบความสำเร็จมากที่สุดของสโมสร
เจ้าของฉายา “กัปตัน มาร์เวลล์” เป็นนักเตะคนแรกที่เป็นกัปตันทีมแชมป์ เอฟเอ คัพ 3 สมัย และพา แมนฯ ยูไนเต็ด คว้าแชมป์ ยูโรเปี้ยน คัพ วินเนอร์ส คัพ และ ลีก คัพ ก่อนได้สัมผัสแชมป์ พรีเมียร์ลีก ในซีซั่น 1992-93
สรุปแล้ว ร็อบสัน ลงสนามให้ “ปีศาจแดง” 461 นัด ทำได้ 99 ประตุก่อนย้ายสู่ มิดเดิ้ลสโบรช์

Eric Cantona

เอริก คันโตน่า
ปี : 1992-1997
พรีเมียร์ลีก ประกาศใช้เบอร์ประจำตัวนักเตะตั้งแต่เริ่มฤดูกาล 1993-94 และ คันโตน่า ได้รับเบอร์ 7 ซึ่งเจ้าตัวเป็นผู้ที่ทำให้หมายเลขนี้ทวีความสำคัญต่อประวัติศาสตร์สโมสรอย่างไม่มีใครปฏิเสธ
คันโตน่า เป็นผู้ปลุก “ปีศาจแดง” ให้กลับมาครองความยิ่งใหญ่ในวงการฟุตบอลเมืองผู้ดี โดยคว้าแชมป์ พรีเมียร์ลีก 4 สมัย และ เอฟเอ คัพ 2 หน
ด้วยความเป็นศิลปินลูกหนัง คันโตน่า ตัดสินใจแขวนเกือกในวัย 31 ปี แต่อิทธิพลที่เขามีต่อเหล่าเพื่อนร่วมทีมและรุ่นน้อง โดยเฉพาะกลุ่มแข้ง “คลาส ออฟ 92” ก็ทำให้ แมนฯ ยูไนเต็ด ยิ่งใหญ่คับเมืองผู้ดีมาได้นานนับทศวรรษ

david-beckham

เดวิด เบ็คแฮม
ปี : 1992-2003
เบ็คแฮม ตัดสินใจเปลี่ยนจากเบอร์ 10 มาสวมเบอร์ 7 ที่ว่างลงหลังการแขวนสตั๊ดของ คันโตน่า และสามารถทำให้เบอร์ดังกล่าวต่อยอดความเป็นหมายเลขศักดิ์สิทธิ์แห่ง โอลด์ แทร็ฟฟอร์ด ไว้ได้
นี่คือหนึ่งในเจ้าพ่อฟรีคิกตลอดกาลแห่งโลกลูกหนัง พร้อมด้วยความแม่นยำประดุจจับวางเวลาวางบอลยาวจากทุกพื้นที่ของสนาม แน่นอนว่ามันเป็นหนึ่งในอาวุธหลักช่วยให้ แมนฯ ยูไนเต็ด กำชัยเหนือคู่แข่งมานักต่อนัก
แต่แล้วหลังแตกหักกับ เซอร์ อเล็กซ์ เฟอร์กูสัน ทำให้ เบ็คแฮม ต้องระเห็จออกจาก ยูไนเต็ด ไปร่วมทัพ เรอัล มาดริด ในปี 2003 แต่เจ้าตัวยังคงเป็นขวัญใจของแฟนผีทุกหมู่เหล่ามาจนถึงทุกวันนี้

คริสเตียโน่ โรนัลโด้

คริสเตียโน่ โรนัลโด้
ปี : 2003-2009
แมนฯ ยูไนเต็ด ไปคว้าตัวดาวรุ่งจาก สปอร์ติ้ง ลิสบอน มาเป็นทายาทของ เบ็คแฮม และต้องบอกว่า โรนัลโด้ เป็นตัวตายตัวแทนที่สมบูรณ์แบบ เผลอๆ อาจทำได้ดีกว่าด้วยซ้ำ
ตลอดระยะเวลา 6 ปี โรนัลโด้ พัฒนาตัวเองจากพ่อหนุ่มขี้เลี้ยงกลายเป็นพ่อค้าแข้งจอมถล่มประตูสุดครบเครื่อง โดยคว้าแชมป์ลีก 3 สมัยรวมถึง ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก ตลอดระยะเวลา 6 ฤดูกาล
แต่แล้วเพราะความฝันในวัยเด็ก ทำให้ โรนัลโด้ เลือกเก็บข้าวของย้ายออกจาก โอลด์ แทร็ฟฟอร์ด ไปร่วมทัพ เรอัล มาดริด ด้วยค่าตัวสถิติโลกในปี 2009

 

อีกหนึ่งช่องทาง สนใจสมัครเล่น และติดตามข่าวสารกีฬา ต่างๆได้ที่  www.gclub-king.com

line add

logo line add

Line Id : @gclub-king (อย่าลืมเพิ่ม@ข้างหน้าด้วยนะครับ)

back_button1